เมนู


หน้าแรก
 
วิธีการปลูกพืชในที่ร้อนแล้งดินแข็ง พิมพ์ อีเมล์
วิธีการปรับปรุงสภาพดิน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
 
วีธีการปรับปรุงสภาพดิน พิมพ์ อีเมล์
วิธีการปรับปรุงสภาพดิน
Untitled Document

วีธีการปรับปรุงดิน

               ปัจจัยหรือสาเหตุที่ทำให้ดินเป็นกรดได้แก่ การเน่าเปื่อยของสารอินทรีย์ในดิน การใส่ปุ๋ยเคมีบางชนิด สารที่ปล่อยจากโรงงาน อุตสาหกรรมบางประเภท ปัจจัยที่ทำให้ดินเป็นเบสได้แก่ การใส่ปูนขาว (แคลเซียมไฮดรอกไซด์) ความเป็นกรด-เบสของดิน นั้นมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช พืชแต่ละชนิดเจริญเติบโต ได้ดีในดินที่มีค่า pH ที่เหมาะแก่พืชนั้นๆ ถ้าสภาพ pH ไม่เหมาะสมทำให้พืชบางชนิดไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุ ที่ต้องการที่มีในดินไปใช้ประโยชน์ได้

 
 

               การแก้ไขปรับปรุงดิน ดินเป็นกรด แก้ไขได้โดยการเติมปูนขาว หรือดินมาร์ล ดินเป็นเบสแก้ไขได้โดยการเติมแอมโมเนียมซัลเฟต หรือผงกำมะถัน ดินมาร์ล คือ ดินที่ได้จากการสลายตัวของหินปูน ซึ่งมีแคลเซียมคาร์บอนเนตเป็นองค์ประกอบ ดินมาร์ลมีมากในจังหวัดสระบุรี   ลพบุรี และนครสวรรค์

 
ปัญหามลพิษทางดิน พิมพ์ อีเมล์
วิธีการปรับปรุงสภาพดิน
Untitled Document ปรับปรุง

ปัญหามลพิษทางดิน
               ดินและอนุภาคของดินที่ถูกพัดพาไปจากผิวดินโดยน้ำฝน และน้ำที่ไหลเชี่ยว จะทำให้เกิดการสึกกร่อนของดิน (Soil erosion) หรือเกิดการสูญเสียหน้าดินอันสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุและปุ๋ย อีกทั้งทำให้มีการสูญเสียพืชและต้นไม้ที่ทำหน้าที่ในการขวางกั้นหรือขัดขวางและช่วยลดอัตราการไหลของน้ำ ส่งผลให้อัตราการเคลื่อนย้ายที่ของดินช้าลง การสึกกร่อนของดิน อาจควบคุมด้วยการปลูกต้นไม้ควบคู่ไปกับการสงวนป่า เพราะว่าต้นไม้จะช่วยในการลดอัตราการไหลของน้ำ หรืออาจจะใช้วิธีในการปลูกต้นไม้ หญ้า พืช ผัก เป็นต้น เพราะว่าพืชเหล่านี้จะช่วยในการทำให้ฝนที่ตกลงมาสามารถดูดซึมลึกเข้าไปในดินได้
               การชะล้างพังทลายของดิน คือ การที่ดินถูกกัดเซาะเป็นร่อง หรือถูกขุดเป็นบริเวณกว้าง เป็นการเปลี่ยนแปลงของผิวดินอย่างต่อเนื่อง เกิดจากสาเหตุใหญ่ 2 ประการ คือ
                1. การชะล้างพังทลายตามธรรมชาติ เช่น การกัดเซาะของฝน ลม และกระแสน้ำ รวมทั้งการเกิดแผ่นดินถล่ม
                2. การชะล้างพังทลายโดยการกระทำของมนุษย์ เช่น การหักร้างถางป่า การขุดเหมืองแร่ การสร้างถนน การสร้างเขื่อน นอกจากนี้มนุษย์ยังสร้างมลภาวะให้กับดินด้วยการเพิ่มโลหะหนัก สารพิษ และขยะลงในดินอีกด้วย
จากสาเหตุดังกล่าวทำให้ดินเสื่อมสภาพและสูญเสียความอุดมสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาวิธีการปรับปรุงคุณภาพของดินให้เหมาะกับการนำไปใช้ประโยชน์ได้

ผลกระทบที่เกิดจากการชะล้างพังทลายของดิน มีดังนี้
               1. ทำให้ดินเกิดเป็นร่องน้ำ
               2. ทำให้ดินชั้นบนสูญเสียธาตุอาหาร เป็นผลกระทบต่อการเกษตรกรรม
               3.ทำให้แม่น้ำและอ่างเก็บน้ำตื้นเขินจากดินที่ตกตะกอนและเกิดสันดอนเร็วขึ้น
               4. อาจทำให้เกิดอุทกภัยรุนแรงขึ้นได้

การอนุรักษ์และพัฒนาที่ดิน หมายถึง การรู้จักใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์มากที่สุด มีการสูญเปล่าน้อยที่สุด และมีการสร้างหรือทำให้ดินมีมากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้โดย
               1. การปลูกพืชคลุมดิน เพื่อลดแรงปะทะจากฝน ลมและเพิ่มอินทรียวัตถุ
               2. การปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อป้องกันการสูญเสียแร่ธาตุและการพังทลายของดิน
               3. การเพิ่มสารอินทรีย์ในดิน โดยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เพื่อให้ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้นและช่วยให้อากาศสามารถแทรกซึมได้สะดวก
               4.การปลูกพืชตามแนวระดับ ความรุนแรงของเม็ดฝนและช่วยลดอัตราการไหลบ่าของน้ำ
               5. การปลูกพืชแบบขั้นบันได – ช่วยลดอัตราการไหลบ่าของน้ำและเก็บกักความชื้นได้ดี
               6. ไม่เผาป่าหรือทำลายป่าไม้
               7. ไม่ทำไร่เลื่อนลอย
               8. ปลูกหญ้าเพื่อเลี้ยงสัตว์และปลูกป่าไม้

การปรับสภาพดินเสื่อมโทรมจากการใช้ดินที่ผิดวิธี
               การใช้ดินผิดวิธีทำให้มีการพังทลายของหน้าดิน ดินขาดแร่ธาตุ หรือเกิดจากธรรมชาติทำลายหน้าดิน เช่น พายุ ฝน                การแก้ไขปัญหาที่เกิดกับสภาพดินที่เสื่อมโทรมโดยการปรับปรุงดิน มี 3 วิธีการตามสภาพของดินทำได้โดย
               1. ทำการปรับระดับผิวหน้าดินให้สามารถระบายน้ำที่ใช้ในการชะล้างความเป็นกรดของดิน
               2. การใช้ปูนคลุกหน้าดิน เพื่อลดความเป็นกรด เช่น ปูนมาร์ล
               3. ปลูกพืชล้มลุกหรือพืชหมุนเวียนเพื่อไม่ให้ดินขาดสารอาหารและป้องการการชะล้างของหน้าดิน

 
 
   
  กลับขึ้นสู่ด้านบน  
© 2010 โครงการส่งเสริมการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสังคมเกษตรกรรม

ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่